พายุฤดูร้อน ถล่มไทยยาวถึง 18 มี.ค. 63  ฝนตกหนักมีลมกระโชก

 

พายุฤดูร้อน ถล่มไทยยาวถึง 18 มี.ค. 63  ฝนตกหนักมีลมกระโชก บางพื้นที่มีลูกเเห็บตก ส่วนที่อ่างทองฝนฟ้าคะนองไม่หยุด สุดสลดฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูปกลางทุ่งนา

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศไทยเกิดพายุ ฤดูร้อนทำให้ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงต่อเนื่อง โดยที่ จ.อ่างทอง มีรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รูป ที่บริเวณกลางทุ่งนาด้านหลังที่พักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ถนนเป็นคันดิน และมีฝนตก ทำให้เข้าออกลำบากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนั่งรถอีแต๋นของสำนักสงฆ์เข้าไปยังที่เกิดเหตุ พบเป็นพื้นที่นาประมาณ 6 ไร่ ล้อมรั้วด้วยตาข่ายเหล็กและวางท่อสูบน้ำ ใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กขุดวางท่อน้ำสปริงเกอร์ และบริเวณด้านข้างรถอีแต๋นพบพระสงฆ์ 1 รูปได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลที่ลำตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง และมรณภาพระหว่างทาง ทราบชื่อต่อมาคือ

พระอาจารย์ เปรมฤทัย ศรีรักษา หรือพระเปรมฤทัย โอสภา อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง ส่วนพระสงฆ์ที่มรณภาพอยู่ในที่เกิดเหตุอีก 1 รูป มีบาดแผลศีรษะฉีกขาด ทราบชื่อต่อมาคือ พระมหาออฟ หรือ พระสุริยะ แวดรัมย์ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร และยังพบโทรศัพท์มือถือถูกฟ้าผ่าแตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าพระทั้งสองรูปออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์ เกิดฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่าทำให้มรณภาพ กระทั่งมีพระสงฆ์ที่อยู่ในสำนักเห็นค่ำมืดแล้วยังไม่กลับมาจึงออกไปตามหาและพบเป็นศพดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุในการเสียชีวิตอย่างแท้จริงของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พระอุเทน ชาคโร เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปที่สำนักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ ออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์กลางทุ่งนา ห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงม้าที่

สำนักสงฆ์มีอยู่ 7 ตัว โดยได้ขับรถอีแต๋นออกไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 มีนาคม ต่อมาเกิดพายุกระหน่ำ มีฝนฟ้าคะนอง กระทั่งค่ำมืดแล้วพระทั้ง 2 รูปยังไม่กลับเข้ามาที่สำนักสงฆ์ จึงออกไปดูพบว่าถูกฟ้าผ่ามรณภาพอยู่ในที่

เกิดเหตุ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รูป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบช่วยเหลือ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าจากผลพวงของพายุ ฤดูร้อนทำให้หลายจังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบทั้ง กทม. และเขตปริมณฑล อาทิ ที่ จ.ปุมธานี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานก่อนถึงต่างระดับบางขันธ์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จากการสอบถามนายกมล คงดำ อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุบอกว่ากำลังเดินทางไปสอบตำรวจที่ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกก่อนหน้านั้น ซึ่งพยายามบังคับรถแล้วแต่เอาไม่อยู่ รถจึงพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

วันเดียวกัน นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา และพิจารณาปัจจัยเสี่ยง พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนอีกทั้งบริเวณความกดอากาศ

สูงที่แผ่ลงมาปกคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและทะเลจีนใต้ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ

ภาคใต้ตอนบน ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนทำให้เกิดพายุ ฤดูร้อน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

แหล่งที่มา komchadluek

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *