มีนาคม 2020 - ประเด็นร้อนกับข่าวใหม่ๆกับเราที่นี่

ระทึก เฟอร์รารี่ ป้ายเเดงไหม้ทั้งคัน !!

 

หนุ่มวัย46หุ้นส่วนบริษัทขายเครื่องแต่งกาย  ได้ขับ เฟอร์รารี่ป้ายแดง ขึ้นทางด่วนศรีรัชทดลองขับก่อนซื้อจากเจ้าของเดิม

ถึงช่วงจุดเกิดเหตุก่อนทางลงด่วนยมราช ได้กลิ่นน้ำมันรั่วเลยจอดขอบทาง จู่ๆมีไฟลุกพึ่บจากตัวเครื่องยนต์

ท้ายรถรีบเผ่นออกนอกรถแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ด้านตำรวจประสาน พฐ.ตรวจหาสาเหตุ ขณะเดียวกันประสานกรมการขนส่งทางบก

พบนำเข้าถูกต้องแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเลยเปรียบเทียบปรับคนขับ 2 ข้อหา ใช้รถยนต์ที่ไม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และใช้รถที่มีสภาพ ไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์

เหตุไฟไหม้ รถเฟอร์รารี่บนทางด่วนครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. พ.ต.ต. กฤษณ์ธนา จันเทศ สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 กก.2 บก.จร.

รับแจ้งมีเพลิงไหม้รถยนต์สปอร์ตหรูบนทางด่วนศรีรัช ฝั่งขาออก ช่วงก่อนถึงทางลงด่วนยมราช แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บนทางด่วนศรีรัช ฝั่งขาออกตรงข้าม โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นถนน 2 เลนช่องทางซ้ายสุดเป็นที่จอดรถฉุกเฉิน

พบรถยนต์เฟอร์รารี่ รุ่นสคู– เดอเรีย สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ธ 6247 กรุงเทพมหานคร ในสภาพไฟลุกท่วมตั้งแต่ช่วงท้ายรถและกำลังลุกลามทั่วทั้งคัน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำกรวยยางกั้นปิดถนน 1 ช่องทาง และเร่งสกัดเพลิงใช้เวลา 15 นาทีเพลิงสงบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากนั้นได้นำขึ้นรถสไลด์นำไปเก็บรักษาและรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์หาสาเหตุยัง สน.ทางด่วน 2

พ.ต.ต.กฤษณ์ธนากล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวทราบชื่อคือนายสุรยุทธ วัฒนาเกียรติคุณ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 789/17-18 หมู่ 16

แขวงสวนหลวง เขตประเวศ กทม. เป็นหุ้นส่วน บริษัท แอท 44 จำกัด ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายให้การว่า

นำรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ระหว่างทำข้อตกลงซื้อขายกับอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยนำออกมาขับทดลอง

ใช้เส้นทางจากคลองประปา 2 ถนนพระราม 6 เลี้ยวขึ้นทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าบางโคล่ ระหว่างขับมาถึงช่วงจุดเกิดเหตุ

ได้กลิ่นคล้ายน้ำมันรั่วจากถังน้ำมันจึงจอดชิดขอบทางก่อนจะออกมาจากตัวรถ จู่ๆมีเพลิงลุกไหม้จากตัวเครื่องรถยนต์ท้ายรถ รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงดังกล่าว

พ.ต.ต.กฤษณ์ธนาเผยต่อว่า ได้สอบปากคำนายสุรยุทธผู้ขับรถ รวมถึงตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์

นายสุรยุทธได้นำเอกสารมาแสดงการนำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ โดยให้รายละเอียดว่า รู้จักกับเจ้าของรถติดต่อขอนำรถยนต์คันเกิดเหตุมาทดลองขับกระทั่งเกิดเหตุขึ้น

สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นรถปี 2004 มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากการประสานกับกรมการขนส่งทางบกทราบว่านำเข้ามาอย่างถูกต้อง

แต่ยังไม่ได้นำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการดำเนินคดีในขณะนี้

เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับใน 2 ข้อหา คือ “ใช้รถยนต์ที่ไม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก” ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหา “ใช้รถที่มีสภาพไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์” ปรับไม่เกิน 500 บาท

แหล่งที่มา thairath

Read More

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพร ให้ประชาชนพ้นวิกฤติโควิด

 

”  สมเด็จพระสังฆราช  ” สำนักงานเลขานุการ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ด้วยเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ-พระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และฐานะทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความยากลำบากในหมู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องปรับรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างกะทันหัน

พร้อมทั้งทรงพระดำริว่า วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย จึงสมควรที่จะให้วัดที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ดำเนินภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่ดำรงอยู่นับแต่อดีตกาล

การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จ-พระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด

ทั้งนี้ มิใช่การบังคับ แต่เป็นการกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ โดยให้คำนึงถึงความพร้อมของแต่ละวัด ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ

อีกทั้งให้ประสานภารกิจร่วมกับหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริหารจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มา thairath

Read More

โควิด !! มาเลเซียพุ่ง 900 ราย – อินโดฯ เสียชีวิตสูงสุดในอาเซียน

 

ทางการมาเลเซีย เปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อแล้ว 900 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อจากพิธีในมัสยิดจาเม็กเมื่อวันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค. แล้ว 576 ราย

ที่ผ่านมาทางการมาเลเซียได้กักตัวและตรวจหาเชื้อกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในมัสยิดดังกล่าวแล้วประมาณ 10,000 ราย ขณะที่อีก 4,000 รายกำลังติดตามตัว

ทั้งนี้ จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากมัสยิดดังกล่าว ส่งผลให้มาเลเซียเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อต้นสัปดาห์ทางรัฐบาลมาเลเซียได้มีคำสั่งปิดประเทศ ห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออกจากมาเลเซียเป็นระยะเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.- 31 มี.ค. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไปยังพื้นที่อื่นๆ

ขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 มากที่สุดในอาเซียน โดยจนถึงวันนี้ (19 มี.ค.) อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อแล้ว 309 ราย และมีผู้เสียชีวิต 25 ราย

นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตของประเทศอินโดนีเซียยังมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 8% มากกว่าในอิตาลีที่มีตัวเลขอยู่ที่ 6% ซึ่งทางการอินโดนีเซียระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 45-65 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพเรื้อรัง
ทางด้านประเทศฟิลิปปินส์ ประกาศระงับวีซ่านักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมไปถึงห้ามชาวต่างชาติทุกชาติเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์มีคำสั่งปิดกรุงมะนิลา เมืองหลวง หลังจากมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายเทดดี บอย ล็อคซิน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งระงับการออกวีซ่าเข้าฟิลิปปินส์ให้กับพลเมืองชาติอื่นทั้งหมด ซึ่งเป็นการห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ระบุว่า หากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ต้องการจะเดินทางออกจากประเทศยังสามารถทำได้

ปัจจุบันฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อ 217 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย

แหล่งที่มา sanook

Read More

ลดอีกแล้ว! น้ำมันลดลง 60 สต./ลิตร (มีผล 19 มี.ค.63)

ลดอีกแล้ว !! น้ำมันลดลง 

” ราคาน้ำมันลดลง ” ทุกชนิด 60 สต./ลิตร ยกเว้น E85 ลดลง 40 สต./ลิตร

เบนซิน 95 ลิตรละ 27.96 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 20.55 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 20.28 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 17.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 15.69 บาท
ดีเซล ลิตรละ 22.19 บาท
*ราคาปลีกกรุงเทพฯ ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น

แหล่งที่มา news.mthai

Read More

บุรีรัมย์ระทึก! คนร้ายถูกวิสามัญ ดับ !!

 

” บุรีรัมย์ระทึก” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติด บริเวณลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาล ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ แต่คนร้ายเกิดไหวตัวได้ต่อสู้ขัดขืนและพยายามวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทั้งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ 2 นัดที่บริเวณลานจอดรถด้านหลังห้าง แต่ปืนด้าน จึงได้วิ่งหลบหนีผ่ากลางห้างทะลุไปยังประตูหน้าห้าง สร้างความแตกตื่นตกใจแก่คนในห้าง

จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไปยังร้านรับซื้อของเก่าอีกฝั่งถนนซึ่งอยู่ตรงข้ามห้าง แล้วเข้าไปหลบข้างเสาร้านรับซื้อของเก่าพร้อมกับอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมนานกว่า 20 นาที แต่คนร้ายก็ไม่ยอมให้จับกุม กลับพยายามถือปืนวิ่งหลบหนีไปยังหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งช่วงที่วิ่งหนีได้หันปืนมายิงใส่เจ้าหน้าที่อีก 2 นัด แต่กระสุนไม่โดนใคร

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ยิงสวนเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากคนร้ายยิงต่อสู้ จนกระสุนปืนไปคนร้าย 1 นัด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริเวณหน้าอก หลังจากถูกยิงคนร้ายก็ไปหลบที่บริเวณด้านข้างร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมรอบพื้นที่ แต่ยังไม่กล้าเช้าไปชาร์จตัวจับกุมตัวคนร้าย เพราะเกรงว่าคนร้ายอาจจะยิงสวนอีก จึงซุ่มรออยู่สักพัก
กระทั่งคนร้ายซึ่งถูกยิงบาดเจ็บมีอาการอ่อนแรง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเข้าไปชาร์จตัวก็พบว่าคนร้ายมีอาการสาหัส จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยฯ ให้มาช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นได้ทำการปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ก่อนจะรีบนำส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่เนื่องจากพิษพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนของกลางที่คนร้ายใช้ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ เป็นปืนลูกโม่ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 4 นัด ยาบ้า 1 ห่อ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายมีฉายาว่า “สันต์ หนองโดน” ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอการสอบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

จากการสอบถาม น.ส.วิชุดา อายุ 30 ปี ลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยวบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีลุงคนหนึ่งวิ่งมาหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยท่าทางตื่นตกใจ แล้วบอกให้ตนเองวิ่งหนีเพราะมีเหตุยิงต่อสู้กัน แต่ยังไม่รู้ว่าใครยิงใคร

แต่ด้วยความตกใจจึงพาลูกสาววัย 6 ขวบ วิ่งเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ ก็มีพนักงานและลูกค้าหลบอยู่ด้วยกันประมาณ 5-6 คน กระทั่งมาทราบภายหลังก็ตอนที่เห็นคนร้ายถือปืนวิ่งมาที่หน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วมีตำรวจวิ่งตามมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาจากร้านรอจนแน่นใจว่าปลอดภัยจึงได้พากันออกมา แล้วเห็นคนร้ายถูกยิงบาดเจ็บอยู่ข้างร้านแล้ว.

แหล่งที่มา sanook

Read More

รวบหนุ่มเมียนมา ขัดใจ ใช้เหล็กแทงเพื่อน รุ่นพี่สาหัส !!

 

” หนุ่มใหญ่เมียนมา “ ถูกเพื่อนร่วมห้องรุ่นน้อง ประเทศเดียวกัน ใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงหน้าอก บาดเจ็บสาหัส คาห้องพักคนงาน มือแทงไม่ได้หลบหนีแต่รอตำรวจอยู่ที่ห้องพัก ได้ สอบสวนพบทั้งคู่พักห้องเดียวกัน มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน ตร.เตรียมสอบละเอียด ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 16 มี.ค.63 ตำรวจ สภ.นาหม่อม รับแจ้งเหตุแรงงานต่างด้าวแทงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องแถวเลขที่ 34/6 หมู่ 3 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยนาหม่อม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักห้องแถวชั้นเดียว พบแรงงานชายชาวเมียนมา (ยังไม่ทราบชื่อ) อายุประมาณ 40 ปี ถูกแทงด้วยเหล็กขูดชาร์ปเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย อาการสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวตัวส่งโรงพยาบาลนาหม่อมช่วยเหลือ ส่วนคนแทงคือ นายเย มิน ถ่วย อายุ 39 ปี ไม่ได้หลบหนีไปไหน รอมอบตัวกับตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่คนเจ็บนอนพักผ่อนอยู่บนที่นอนแบบพับในบ้านพักนั้น ได้ถูกผู้ก่อเหตุเข้ามาจ้วงแทงทันที 1 ครั้ง จนฟุบคาเก้าอี้ ส่วนสาเหตุนั้น ทั้งคู่พักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน และคนเจ็บได้หลบไปพักอยู่ที่อื่นมา 3 วันแล้ว กระทั่งวันนี้หวนกลับมาที่บ้านพัก เพราะคิดว่าเพื่อนจะหายโกรธ แต่ขณะกำลังนอนหลับอยู่ ถูกเพื่อนที่กลับเข้ามาในบ้านพัก ใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงเข้าที่หน้าอกเจ็บสาหัสดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ก่อเหตุ ไปควบคุมตัวที่ สภ.นาหม่อม และทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มา thairath

Read More

ฟ้าผ่า ดับสยอง 2 พระสงฆ์เสียชีวิต !!

 

พายุฤดูร้อน ถล่มไทยยาวถึง 18 มี.ค. 63  ฝนตกหนักมีลมกระโชก บางพื้นที่มีลูกเเห็บตก ส่วนที่อ่างทองฝนฟ้าคะนองไม่หยุด สุดสลดฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูปกลางทุ่งนา

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศไทยเกิดพายุ ฤดูร้อนทำให้ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงต่อเนื่อง โดยที่ จ.อ่างทอง มีรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รูป ที่บริเวณกลางทุ่งนาด้านหลังที่พักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ถนนเป็นคันดิน และมีฝนตก ทำให้เข้าออกลำบากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนั่งรถอีแต๋นของสำนักสงฆ์เข้าไปยังที่เกิดเหตุ พบเป็นพื้นที่นาประมาณ 6 ไร่ ล้อมรั้วด้วยตาข่ายเหล็กและวางท่อสูบน้ำ ใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กขุดวางท่อน้ำสปริงเกอร์ และบริเวณด้านข้างรถอีแต๋นพบพระสงฆ์ 1 รูปได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลที่ลำตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง และมรณภาพระหว่างทาง ทราบชื่อต่อมาคือ

พระอาจารย์ เปรมฤทัย ศรีรักษา หรือพระเปรมฤทัย โอสภา อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง ส่วนพระสงฆ์ที่มรณภาพอยู่ในที่เกิดเหตุอีก 1 รูป มีบาดแผลศีรษะฉีกขาด ทราบชื่อต่อมาคือ พระมหาออฟ หรือ พระสุริยะ แวดรัมย์ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร และยังพบโทรศัพท์มือถือถูกฟ้าผ่าแตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าพระทั้งสองรูปออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์ เกิดฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่าทำให้มรณภาพ กระทั่งมีพระสงฆ์ที่อยู่ในสำนักเห็นค่ำมืดแล้วยังไม่กลับมาจึงออกไปตามหาและพบเป็นศพดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุในการเสียชีวิตอย่างแท้จริงของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พระอุเทน ชาคโร เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปที่สำนักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ ออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์กลางทุ่งนา ห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงม้าที่

สำนักสงฆ์มีอยู่ 7 ตัว โดยได้ขับรถอีแต๋นออกไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 มีนาคม ต่อมาเกิดพายุกระหน่ำ มีฝนฟ้าคะนอง กระทั่งค่ำมืดแล้วพระทั้ง 2 รูปยังไม่กลับเข้ามาที่สำนักสงฆ์ จึงออกไปดูพบว่าถูกฟ้าผ่ามรณภาพอยู่ในที่

เกิดเหตุ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รูป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบช่วยเหลือ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าจากผลพวงของพายุ ฤดูร้อนทำให้หลายจังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบทั้ง กทม. และเขตปริมณฑล อาทิ ที่ จ.ปุมธานี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานก่อนถึงต่างระดับบางขันธ์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จากการสอบถามนายกมล คงดำ อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุบอกว่ากำลังเดินทางไปสอบตำรวจที่ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกก่อนหน้านั้น ซึ่งพยายามบังคับรถแล้วแต่เอาไม่อยู่ รถจึงพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

วันเดียวกัน นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา และพิจารณาปัจจัยเสี่ยง พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนอีกทั้งบริเวณความกดอากาศ

สูงที่แผ่ลงมาปกคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและทะเลจีนใต้ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ

ภาคใต้ตอนบน ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนทำให้เกิดพายุ ฤดูร้อน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

แหล่งที่มา komchadluek

Read More

ปิดแล้ว !! “ดิสนีย์แลนด์-ยูนิเวอร์แซล” หนีการระบาดของโควิด-19

 

” วอลท์ดิสนีย์ ” บริษัทยักใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ได้สั่งประกาศปิดทำการสวนสนุก “ดิสนีย์แลนด์” และโรงแรม ” ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท” เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ต้นเหตุของโรคโควิด-19 โดยการประกาศปิดสวนสนุกครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ดิสนีย์แลนด์เปิดทำการมา

ตามแถลงการณ์ได้ระบุว่า แม้จะยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แต่อย่างใด แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของไวรัสโคโรนา และโรคโควิด-19 สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ในเมืองอนาไฮม์ ในออเรนจ์เคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนียจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ส่วนโรงแรมดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท จะเริ่มปิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากนัก

หลังจากดิสนีย์แลนด์ สาขาหลักประกาศออกมาดังกล่าว ดิสนีย์แลนด์สาขาอื่นๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ฟลอริด้า ปารีส เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง ต่างก็ออกมาขานรับมาตรการดังกล่าว และเตรียมประกาศปิดทำการไปตามๆกัน

รายงานระบุว่าการประกาศครั้งนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์สาขาใหญ่ปิดทำการ นับตั้งแต่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1955 โดยครั้งแรกที่มีการปิดต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มีการไว้อาลัย ให้การเสียชีวิตของประธานาธิบดีจอห์ เอฟ เคเนดี้ และอีกครั้ง เมื่อครั้งโศกนาฏกรรม 911 นั้นเอง

นอกจากดิสนีย์แลนด์แล้ว สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ฮอลลีวูด ก็ได้ประกาศปิดทำการในวันเสาร์นี้ และจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 28 มีนาคม เช่นเดียวกัน

แหล่งที่มา sanook

Read More

” ไวรัสโคโรนา ” จะทำคนล้มละลายมากกว่าคนตาย !!

The Independence สำนักข่าว รายงานว่า ตอนนี้ ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ เกิดจากไวรัสโคโรนา ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วกว่าความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลแล้ว ยังอาจส่งผลต่อภาคธุรกิจ

จากรายงานเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2563 โรค Covid-19 ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกถึง 4,389 คน และจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อคนอีกหลายล้านคน เห็นได้จากภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจของอิตาลี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ เป็นอันดับ 9 ของโลก แต่กลับต้องปิดประเทศ เนื่องจากวิกฤต Covid-19 และมีแนวโน้มที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจในยุโรป และประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอย่างสหรัฐฯ ส่วนธุรกิจขนาดเล็กยังต้องต่อสู้กับการขาดแคลนสินค้าหรือวัตถุดิบที่จำเป็น เนื่องจากการปิดโรงงานอุตสาหกรรมในจีน ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้ามากที่สุดในโลก และรับผิดชอบการผลิตสินค้าราว 1 ใน 3 ของโลก ดังนั้น ปัญหาของจีนจึงเป็นปัญหาของทุกคน

นอกจากนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ก็ยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งความระส่ำระสายของตลาดหุ้น สงครามน้ำมันระหว่างรัสเซียและซาอุดีอาระเบีย และสงครามในซีเรียที่กำลังปะทุและนำไปสู่วิกฤตผู้ลี้ภัย

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือรัฐบาลยังคงมองว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤตด้านสุขภาพ ไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการต่อสู้กับไวรัส คือการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะตื่นตระหนกที่กำลังจะตามมา โดยการปกป้องอนาคตของธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมทั้งมองหาโอกาสในการสร้างผลกำไรจากระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ เพราะการละเลยความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจจะอันตรายยิ่งกว่าโรคระบาด

แหล่งที่มา sanook

Read More

เหตุสลด พี่ชายยิงน้องดับ หลังขัดเเย้งปมที่ดิน !!

 

พี่ยิงน้องเสียชีวิต เหตุปมที่ดิน เกิดเหตุพี่ชายได้ใช้ อาวุธปืนยิงน้องชายเสียชีวิต  หลังมีความขัดแย้งเรื่องดินที่ทางมารดาได้มีการแบ่งให้ แต่ทางน้องชายต้องการที่ครอบครองคนเดียว จึงเป็นเหตุประทุอารมณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ยุทธการ โสเมือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณไร่มันสำปะหลัง ริมถนนโคกสูง-นางาม บ้านนางาม ตำบลนางาม ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนหงายอยู่ริมไร่มันสำปะหลัง บริเวณศีรษะถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือนายชาญศักดิ์ อายุ 35 ปี ใกล้กันพบปลอกกระสุน 3 ปลอก และพบปืนลูกซองสั้นไยประดิษฐ์ของผู้เสียชีวิตตกอยู่ข้างตัว ส่วนผู้ก่อเหตุยิงคือ นายยอดชาย อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นชายของผู้เสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่า พี่น้องทั้ง 2 คน ได้มีปัญหาเรื่องที่ดินหลังจากที่ทางมารดาได้มีการแบ่งที่ดินได้พี่น้องทั้งสองคน โดยพี่ชายได้ไปจำนวน 10 ไร่ ส่วนน้องชายได้ 12 ไร่ แต่ทางน้องชายได้นำที่ดินส่วนของพี่ชายไปจำนอง และได้มีปากเสียงกันมาโดยตลอดหลายปี

จนกระทั่งนายชำนาญได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อมาเยี่ยมแม่จากนั้นได้ว่าจ้างคนในหมู่บ้าน เพื่อมาปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ได้มีการปรับสภาพดินไว้ จนกระทั่งผู้เสียชีวิตจะออกมาปลูกมันสำปะหลัง จึงได้ออกมาดัก

จากนั้นทั้งสองคนได้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่จะคว้าปืนที่พกติดตัวออกมายิงใส่กัน แต่ทางนายยอดชายพี่ชายได้คว้าปืนออกมาก่อน และยิงเข้าไปที่ศีรษะถูกน้องชายเสียชีวิตทันที ก่อนที่จะกลับบ้านไปบอกกับทางแม่และรอมอบตัวตำรวจ

หลังจากที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายยอดชายมาคุมขังที่ห้องขังสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี ทางมารดาได้เดินทางมาพบและได้ร่ำไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นลม ญาติๆ ต้องช่วยกันนำตัวออกมาปฐมพยาบาลและพูดปลอบใจพร้อมให้กำลังใจ

เบื้องต้น ตำรวจได้นำตัวนายยอดชายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนจะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

Read More