ประเด็นร้อนกับข่าวใหม่ๆกับเราที่นี่ - My WordPress BlogOur Blog

เคอร์ฟิว ดับชีวิต หนุ่มชุมพรซิ่งป้ายแดง ชนท้ายรถพ่วง !!

 

เคอร์ฟิว ดับชีวิต กลัวกลับไม่ทันหนุ่มซิ่งขับชนท้ายรถพ่วง

” เคอร์ฟิว ดับชีวิต “ เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 3 เม.ย. ร.ต.อไกรสิทธิ์ คีรีเพชร พงส. สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต จึงนำกำลัง พร้อมหน่วยกู้ภัยหลังสวน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายเอเซีย 41 ขาล่องใต้ หมู่ที่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในช่องทางขวาสุด พบ รถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า สีขาว ป้ายแดง ชนอัดติดกับราวเหล็กกลางถนน ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ล้อด้านซ้ายหลุดกระเด็น ชิ้นส่วนรถเกลื่อนถนน ในที่นั่งข้างคนขับพบร่างของนายสุรศักดิ์ อายุ 36 ปี เสียชีวิต ส่วนคนขับชื่อ นายขวัญชัย อายุ 40 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างไปอีก ร่วม 300 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ คนขับคือ นายสันติ อายุ 44 ปี

สอบสวนได้การว่าในขณะที่รถบรรทุกพ่วงบรรทุกน้ำยาเคมีจาก กทม. จะไปส่งที่ จ.สงขลา มาถึงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังสนั่นที่ด้านหลัง เข้าใจว่ายางระเบิด หรือถูกชนท้าย จึงชะลอรถจอดข้างทางลงไปดูพบรถเก๋ง ชนอัดพ่วงท้ายในสภาพพังยับ

สอบถามนายขวัญชัย คนขับรถเก๋ง ให้การว่า ช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุได้ชวนนายสุรศักดิ์ มาช่วยกันทำโรงจอดรถยนต์ป้ายแดงที่พึ่งไปดาวน์มา เมื่อสร้างโรงรถเสร็จ ได้ขับรถไปส่งผู้ตายที่บ้านพัก ระหว่างทาง นายสุรศักดิ์ลืมเครื่องมือช่างไว้ที่บ้านของตน นายขวัญชัยจึงเลี้ยวรถกลับจะไปเอาเครื่องมือ และขับรถด้วยความเร็วสูง เนื่องจากใกล้เวลาเคอร์ฟิว มาถึงที่เกิดเหตุ จึงเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนด้านท้ายของรถบรรทุกพ่วงอย่างจัง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ตำรวจจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีต่อไป

แหล่งที่มา sanook

Read More

จับได้แล้ว! มือเผาป่าดอยสุเทพลุกเป็นไฟ 2,400 ไร่

เหตุเกิดไฟไหม้ป่าดอยสุเทพ  เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภาค 5

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม  นายศิริ อายุ 57 ปี และ นายกวีพัฒน์ อายุ 49 ปี สองผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเผาป่าจนสร้างความเสียหายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

และพื้นที่รอยต่อ ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ได้เกิดไฟป่าลุกลาม กินพื้นที่กว่า 60 ไร่ บริเวณบ้านทุ่งโป่งใต้ ต.บ้านปง อ.หางดง ทำให้เจ้าหน้าที่หลายร้อยคน

ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หางดง ให้สืบสวนหาตัวคนลงมือเผาป่า

ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ตำรวจพบร่องรอยกองไฟและพบอุปกรณ์ที่มีน้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บหลักฐาน จนยืนยันว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของสวนเป็นคนวางเพลิง จนกลายเป็นจุด

ต้นเพลิง ลุกลามขยายวงกว้าง ก่อนจะนำกำลังเข้าจับกุมตัวทั้งสองคนที่สวนบ้านทุ่งโป่งใต้ ต.บ้านปง อ.หางดง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจเผาป่า เพียงแต่จุดไฟเผาบริเวณพื้นที่ตัวเองเพื่อทำแนวกันไฟ แต่ไม่คาดคิดว่าจะลุกลามจนควบคุมไม่อยู่

ด้าน นายวุฒิชัย โสมวิภาต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไฟป่าดอยสุเทพไหม้ไปแล้ว 4 จุด ได้แก่ บริเวณหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน, หลังหมู่บ้านห้วยตึงเฒ่า และ พื้นที่บ้านปง อ.หางดง เสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 2,400 ไร่

แหล่งที่มา sanook

Read More

ระทึก เฟอร์รารี่ ป้ายเเดงไหม้ทั้งคัน !!

 

หนุ่มวัย46หุ้นส่วนบริษัทขายเครื่องแต่งกาย  ได้ขับ เฟอร์รารี่ป้ายแดง ขึ้นทางด่วนศรีรัชทดลองขับก่อนซื้อจากเจ้าของเดิม

ถึงช่วงจุดเกิดเหตุก่อนทางลงด่วนยมราช ได้กลิ่นน้ำมันรั่วเลยจอดขอบทาง จู่ๆมีไฟลุกพึ่บจากตัวเครื่องยนต์

ท้ายรถรีบเผ่นออกนอกรถแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ด้านตำรวจประสาน พฐ.ตรวจหาสาเหตุ ขณะเดียวกันประสานกรมการขนส่งทางบก

พบนำเข้าถูกต้องแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเลยเปรียบเทียบปรับคนขับ 2 ข้อหา ใช้รถยนต์ที่ไม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และใช้รถที่มีสภาพ ไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์

เหตุไฟไหม้ รถเฟอร์รารี่บนทางด่วนครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. พ.ต.ต. กฤษณ์ธนา จันเทศ สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 กก.2 บก.จร.

รับแจ้งมีเพลิงไหม้รถยนต์สปอร์ตหรูบนทางด่วนศรีรัช ฝั่งขาออก ช่วงก่อนถึงทางลงด่วนยมราช แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บนทางด่วนศรีรัช ฝั่งขาออกตรงข้าม โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นถนน 2 เลนช่องทางซ้ายสุดเป็นที่จอดรถฉุกเฉิน

พบรถยนต์เฟอร์รารี่ รุ่นสคู– เดอเรีย สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ธ 6247 กรุงเทพมหานคร ในสภาพไฟลุกท่วมตั้งแต่ช่วงท้ายรถและกำลังลุกลามทั่วทั้งคัน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำกรวยยางกั้นปิดถนน 1 ช่องทาง และเร่งสกัดเพลิงใช้เวลา 15 นาทีเพลิงสงบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากนั้นได้นำขึ้นรถสไลด์นำไปเก็บรักษาและรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์หาสาเหตุยัง สน.ทางด่วน 2

พ.ต.ต.กฤษณ์ธนากล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวทราบชื่อคือนายสุรยุทธ วัฒนาเกียรติคุณ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 789/17-18 หมู่ 16

แขวงสวนหลวง เขตประเวศ กทม. เป็นหุ้นส่วน บริษัท แอท 44 จำกัด ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายให้การว่า

นำรถยนต์คันดังกล่าวอยู่ระหว่างทำข้อตกลงซื้อขายกับอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยนำออกมาขับทดลอง

ใช้เส้นทางจากคลองประปา 2 ถนนพระราม 6 เลี้ยวขึ้นทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าบางโคล่ ระหว่างขับมาถึงช่วงจุดเกิดเหตุ

ได้กลิ่นคล้ายน้ำมันรั่วจากถังน้ำมันจึงจอดชิดขอบทางก่อนจะออกมาจากตัวรถ จู่ๆมีเพลิงลุกไหม้จากตัวเครื่องรถยนต์ท้ายรถ รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงดังกล่าว

พ.ต.ต.กฤษณ์ธนาเผยต่อว่า ได้สอบปากคำนายสุรยุทธผู้ขับรถ รวมถึงตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์

นายสุรยุทธได้นำเอกสารมาแสดงการนำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ โดยให้รายละเอียดว่า รู้จักกับเจ้าของรถติดต่อขอนำรถยนต์คันเกิดเหตุมาทดลองขับกระทั่งเกิดเหตุขึ้น

สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นรถปี 2004 มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากการประสานกับกรมการขนส่งทางบกทราบว่านำเข้ามาอย่างถูกต้อง

แต่ยังไม่ได้นำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการดำเนินคดีในขณะนี้

เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับใน 2 ข้อหา คือ “ใช้รถยนต์ที่ไม่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก” ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหา “ใช้รถที่มีสภาพไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์” ปรับไม่เกิน 500 บาท

แหล่งที่มา thairath

Read More

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพร ให้ประชาชนพ้นวิกฤติโควิด

 

”  สมเด็จพระสังฆราช  ” สำนักงานเลขานุการ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ด้วยเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ-พระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และฐานะทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความยากลำบากในหมู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องปรับรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างกะทันหัน

พร้อมทั้งทรงพระดำริว่า วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย จึงสมควรที่จะให้วัดที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ดำเนินภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่ดำรงอยู่นับแต่อดีตกาล

การนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จ-พระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด

ทั้งนี้ มิใช่การบังคับ แต่เป็นการกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ โดยให้คำนึงถึงความพร้อมของแต่ละวัด ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ

อีกทั้งให้ประสานภารกิจร่วมกับหน่วยงานและบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริหารจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มา thairath

Read More

โควิด !! มาเลเซียพุ่ง 900 ราย – อินโดฯ เสียชีวิตสูงสุดในอาเซียน

 

ทางการมาเลเซีย เปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อแล้ว 900 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อจากพิธีในมัสยิดจาเม็กเมื่อวันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค. แล้ว 576 ราย

ที่ผ่านมาทางการมาเลเซียได้กักตัวและตรวจหาเชื้อกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในมัสยิดดังกล่าวแล้วประมาณ 10,000 ราย ขณะที่อีก 4,000 รายกำลังติดตามตัว

ทั้งนี้ จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากมัสยิดดังกล่าว ส่งผลให้มาเลเซียเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อต้นสัปดาห์ทางรัฐบาลมาเลเซียได้มีคำสั่งปิดประเทศ ห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออกจากมาเลเซียเป็นระยะเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.- 31 มี.ค. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไปยังพื้นที่อื่นๆ

ขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 มากที่สุดในอาเซียน โดยจนถึงวันนี้ (19 มี.ค.) อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อแล้ว 309 ราย และมีผู้เสียชีวิต 25 ราย

นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตของประเทศอินโดนีเซียยังมากที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 8% มากกว่าในอิตาลีที่มีตัวเลขอยู่ที่ 6% ซึ่งทางการอินโดนีเซียระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 45-65 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพเรื้อรัง
ทางด้านประเทศฟิลิปปินส์ ประกาศระงับวีซ่านักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมไปถึงห้ามชาวต่างชาติทุกชาติเดินทางเข้าประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์มีคำสั่งปิดกรุงมะนิลา เมืองหลวง หลังจากมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายเทดดี บอย ล็อคซิน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งระงับการออกวีซ่าเข้าฟิลิปปินส์ให้กับพลเมืองชาติอื่นทั้งหมด ซึ่งเป็นการห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ระบุว่า หากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ต้องการจะเดินทางออกจากประเทศยังสามารถทำได้

ปัจจุบันฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อ 217 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย

แหล่งที่มา sanook

Read More

ลดอีกแล้ว! น้ำมันลดลง 60 สต./ลิตร (มีผล 19 มี.ค.63)

ลดอีกแล้ว !! น้ำมันลดลง 

” ราคาน้ำมันลดลง ” ทุกชนิด 60 สต./ลิตร ยกเว้น E85 ลดลง 40 สต./ลิตร

เบนซิน 95 ลิตรละ 27.96 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 20.55 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 20.28 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 17.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 15.69 บาท
ดีเซล ลิตรละ 22.19 บาท
*ราคาปลีกกรุงเทพฯ ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น

แหล่งที่มา news.mthai

Read More

บุรีรัมย์ระทึก! คนร้ายถูกวิสามัญ ดับ !!

 

” บุรีรัมย์ระทึก” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ทำการล่อซื้อยาเสพติด บริเวณลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาล ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ แต่คนร้ายเกิดไหวตัวได้ต่อสู้ขัดขืนและพยายามวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทั้งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ 2 นัดที่บริเวณลานจอดรถด้านหลังห้าง แต่ปืนด้าน จึงได้วิ่งหลบหนีผ่ากลางห้างทะลุไปยังประตูหน้าห้าง สร้างความแตกตื่นตกใจแก่คนในห้าง

จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไปยังร้านรับซื้อของเก่าอีกฝั่งถนนซึ่งอยู่ตรงข้ามห้าง แล้วเข้าไปหลบข้างเสาร้านรับซื้อของเก่าพร้อมกับอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมนานกว่า 20 นาที แต่คนร้ายก็ไม่ยอมให้จับกุม กลับพยายามถือปืนวิ่งหลบหนีไปยังหน้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งช่วงที่วิ่งหนีได้หันปืนมายิงใส่เจ้าหน้าที่อีก 2 นัด แต่กระสุนไม่โดนใคร

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ยิงสวนเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากคนร้ายยิงต่อสู้ จนกระสุนปืนไปคนร้าย 1 นัด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริเวณหน้าอก หลังจากถูกยิงคนร้ายก็ไปหลบที่บริเวณด้านข้างร้านสะดวกซื้อ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมรอบพื้นที่ แต่ยังไม่กล้าเช้าไปชาร์จตัวจับกุมตัวคนร้าย เพราะเกรงว่าคนร้ายอาจจะยิงสวนอีก จึงซุ่มรออยู่สักพัก
กระทั่งคนร้ายซึ่งถูกยิงบาดเจ็บมีอาการอ่อนแรง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเข้าไปชาร์จตัวก็พบว่าคนร้ายมีอาการสาหัส จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยฯ ให้มาช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นได้ทำการปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ก่อนจะรีบนำส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แต่เนื่องจากพิษพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนของกลางที่คนร้ายใช้ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ เป็นปืนลูกโม่ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 4 นัด ยาบ้า 1 ห่อ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายมีฉายาว่า “สันต์ หนองโดน” ซึ่งมีประวัติเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอการสอบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

จากการสอบถาม น.ส.วิชุดา อายุ 30 ปี ลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยวบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีลุงคนหนึ่งวิ่งมาหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยท่าทางตื่นตกใจ แล้วบอกให้ตนเองวิ่งหนีเพราะมีเหตุยิงต่อสู้กัน แต่ยังไม่รู้ว่าใครยิงใคร

แต่ด้วยความตกใจจึงพาลูกสาววัย 6 ขวบ วิ่งเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ ก็มีพนักงานและลูกค้าหลบอยู่ด้วยกันประมาณ 5-6 คน กระทั่งมาทราบภายหลังก็ตอนที่เห็นคนร้ายถือปืนวิ่งมาที่หน้าร้านสะดวกซื้อ แล้วมีตำรวจวิ่งตามมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาจากร้านรอจนแน่นใจว่าปลอดภัยจึงได้พากันออกมา แล้วเห็นคนร้ายถูกยิงบาดเจ็บอยู่ข้างร้านแล้ว.

แหล่งที่มา sanook

Read More

รวบหนุ่มเมียนมา ขัดใจ ใช้เหล็กแทงเพื่อน รุ่นพี่สาหัส !!

 

” หนุ่มใหญ่เมียนมา “ ถูกเพื่อนร่วมห้องรุ่นน้อง ประเทศเดียวกัน ใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงหน้าอก บาดเจ็บสาหัส คาห้องพักคนงาน มือแทงไม่ได้หลบหนีแต่รอตำรวจอยู่ที่ห้องพัก ได้ สอบสวนพบทั้งคู่พักห้องเดียวกัน มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน ตร.เตรียมสอบละเอียด ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 16 มี.ค.63 ตำรวจ สภ.นาหม่อม รับแจ้งเหตุแรงงานต่างด้าวแทงกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องแถวเลขที่ 34/6 หมู่ 3 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยนาหม่อม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักห้องแถวชั้นเดียว พบแรงงานชายชาวเมียนมา (ยังไม่ทราบชื่อ) อายุประมาณ 40 ปี ถูกแทงด้วยเหล็กขูดชาร์ปเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย อาการสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวตัวส่งโรงพยาบาลนาหม่อมช่วยเหลือ ส่วนคนแทงคือ นายเย มิน ถ่วย อายุ 39 ปี ไม่ได้หลบหนีไปไหน รอมอบตัวกับตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่คนเจ็บนอนพักผ่อนอยู่บนที่นอนแบบพับในบ้านพักนั้น ได้ถูกผู้ก่อเหตุเข้ามาจ้วงแทงทันที 1 ครั้ง จนฟุบคาเก้าอี้ ส่วนสาเหตุนั้น ทั้งคู่พักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน และคนเจ็บได้หลบไปพักอยู่ที่อื่นมา 3 วันแล้ว กระทั่งวันนี้หวนกลับมาที่บ้านพัก เพราะคิดว่าเพื่อนจะหายโกรธ แต่ขณะกำลังนอนหลับอยู่ ถูกเพื่อนที่กลับเข้ามาในบ้านพัก ใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงเข้าที่หน้าอกเจ็บสาหัสดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ก่อเหตุ ไปควบคุมตัวที่ สภ.นาหม่อม และทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มา thairath

Read More

ฟ้าผ่า ดับสยอง 2 พระสงฆ์เสียชีวิต !!

 

พายุฤดูร้อน ถล่มไทยยาวถึง 18 มี.ค. 63  ฝนตกหนักมีลมกระโชก บางพื้นที่มีลูกเเห็บตก ส่วนที่อ่างทองฝนฟ้าคะนองไม่หยุด สุดสลดฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 2 รูปกลางทุ่งนา

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศไทยเกิดพายุ ฤดูร้อนทำให้ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงต่อเนื่อง โดยที่ จ.อ่างทอง มีรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าพระสงฆ์มรณภาพ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รูป ที่บริเวณกลางทุ่งนาด้านหลังที่พักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนา ถนนเป็นคันดิน และมีฝนตก ทำให้เข้าออกลำบากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนั่งรถอีแต๋นของสำนักสงฆ์เข้าไปยังที่เกิดเหตุ พบเป็นพื้นที่นาประมาณ 6 ไร่ ล้อมรั้วด้วยตาข่ายเหล็กและวางท่อสูบน้ำ ใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กขุดวางท่อน้ำสปริงเกอร์ และบริเวณด้านข้างรถอีแต๋นพบพระสงฆ์ 1 รูปได้รับบาดเจ็บสาหัส มีแผลที่ลำตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง และมรณภาพระหว่างทาง ทราบชื่อต่อมาคือ

พระอาจารย์ เปรมฤทัย ศรีรักษา หรือพระเปรมฤทัย โอสภา อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง ส่วนพระสงฆ์ที่มรณภาพอยู่ในที่เกิดเหตุอีก 1 รูป มีบาดแผลศีรษะฉีกขาด ทราบชื่อต่อมาคือ พระมหาออฟ หรือ พระสุริยะ แวดรัมย์ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร และยังพบโทรศัพท์มือถือถูกฟ้าผ่าแตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าพระทั้งสองรูปออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์ เกิดฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่าทำให้มรณภาพ กระทั่งมีพระสงฆ์ที่อยู่ในสำนักเห็นค่ำมืดแล้วยังไม่กลับมาจึงออกไปตามหาและพบเป็นศพดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุในการเสียชีวิตอย่างแท้จริงของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พระอุเทน ชาคโร เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุพระสงฆ์ทั้ง 2 รูปที่สำนักสงฆ์ป่าเนื้อนาบุญ ออกไปวางท่อน้ำสปริงเกอร์กลางทุ่งนา ห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงม้าที่

สำนักสงฆ์มีอยู่ 7 ตัว โดยได้ขับรถอีแต๋นออกไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 มีนาคม ต่อมาเกิดพายุกระหน่ำ มีฝนฟ้าคะนอง กระทั่งค่ำมืดแล้วพระทั้ง 2 รูปยังไม่กลับเข้ามาที่สำนักสงฆ์ จึงออกไปดูพบว่าถูกฟ้าผ่ามรณภาพอยู่ในที่

เกิดเหตุ 1 รูป และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รูป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบช่วยเหลือ

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าจากผลพวงของพายุ ฤดูร้อนทำให้หลายจังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบทั้ง กทม. และเขตปริมณฑล อาทิ ที่ จ.ปุมธานี เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานก่อนถึงต่างระดับบางขันธ์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จากการสอบถามนายกมล คงดำ อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุบอกว่ากำลังเดินทางไปสอบตำรวจที่ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกก่อนหน้านั้น ซึ่งพยายามบังคับรถแล้วแต่เอาไม่อยู่ รถจึงพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทาง

วันเดียวกัน นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา และพิจารณาปัจจัยเสี่ยง พบว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนอีกทั้งบริเวณความกดอากาศ

สูงที่แผ่ลงมาปกคลุมสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและทะเลจีนใต้ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ

ภาคใต้ตอนบน ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนทำให้เกิดพายุ ฤดูร้อน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

แหล่งที่มา komchadluek

Read More

ปิดแล้ว !! “ดิสนีย์แลนด์-ยูนิเวอร์แซล” หนีการระบาดของโควิด-19

 

” วอลท์ดิสนีย์ ” บริษัทยักใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ ได้สั่งประกาศปิดทำการสวนสนุก “ดิสนีย์แลนด์” และโรงแรม ” ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท” เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ต้นเหตุของโรคโควิด-19 โดยการประกาศปิดสวนสนุกครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ดิสนีย์แลนด์เปิดทำการมา

ตามแถลงการณ์ได้ระบุว่า แม้จะยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แต่อย่างใด แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของไวรัสโคโรนา และโรคโควิด-19 สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ในเมืองอนาไฮม์ ในออเรนจ์เคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนียจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ส่วนโรงแรมดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท จะเริ่มปิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากนัก

หลังจากดิสนีย์แลนด์ สาขาหลักประกาศออกมาดังกล่าว ดิสนีย์แลนด์สาขาอื่นๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ฟลอริด้า ปารีส เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง ต่างก็ออกมาขานรับมาตรการดังกล่าว และเตรียมประกาศปิดทำการไปตามๆกัน

รายงานระบุว่าการประกาศครั้งนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์สาขาใหญ่ปิดทำการ นับตั้งแต่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1955 โดยครั้งแรกที่มีการปิดต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มีการไว้อาลัย ให้การเสียชีวิตของประธานาธิบดีจอห์ เอฟ เคเนดี้ และอีกครั้ง เมื่อครั้งโศกนาฏกรรม 911 นั้นเอง

นอกจากดิสนีย์แลนด์แล้ว สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ฮอลลีวูด ก็ได้ประกาศปิดทำการในวันเสาร์นี้ และจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 28 มีนาคม เช่นเดียวกัน

แหล่งที่มา sanook

Read More